YooSu [SF] ++ Believe in U ++
posted on 16 Jun 2011 02:07 by warapu***************
[SF] ++ Believe in U ++
***************
ผมใช้ถนนเส้นนี้เดินไปโรงเรียนมาจะครบ 2 ปีแล้ว
แม้ว่ามันจะเป็นเส้นทางที่เพื่อนๆทุกคนจะลงความเห็นว่าไกลกว่าเส้นทางอื่น
แต่ผมก็ยังคงพอใจที่จะเดินแบบนี้ทุกวัน
เพราะถนนเส้นนี้ทำให้ผมได้เห็น “เค้าคนนั้น” คนที่ทำให้ผมสดชื่นในทุกเช้า
แค่ผมได้เห็นเค้านั่งอยู่ในร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนของผม
บางวันเค้าก็อ่านหนังสือ
บางวันก็ก้มหน้าก้มตาจดอะไรบ้างอย่างลงสมุด
และบางวันก็นั่งหลับหัวโขกพื้นโต๊ะ-__-Z
***************
จริงๆแล้วผมรู้จักผู้ชายคนนี้มา 3 ปีแล้ว แต่เป็นการรู้จักข้างเดียวมาตลอด
เค้าเป็นรุ่นพี่ปีสุดท้ายตอนผมเข้าเรียนที่โรงเรียน เค้าเป็นผู้ชายที่สะดุดตาตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นเค้า
ในความรู้สึกของผม เค้าเป็นแสงแดดที่อบอุ่นในทุกฤดู
ยิ้มในแบบของเค้าทำให้ผมรู้สึกดี แม้ผมจะรู้ว่ารอยยิ้มนั้นไม่ได้ส่งมาให้ผมก็ตาม
แต่ทุกครั้งที่ผมเห็นเค้า เค้าจะอยู่ในวงล้อมของเพื่อนๆเสมอ
บางทีผมก็รู้สึกว่าเค้าส่งยิ้มมาให้ผมในบางครั้ง หรือว่าผมคิดไปเอง???
และเหตุการณ์ที่ทำให้ผมได้ใกล้เค้าเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในงานโรงเรียนปีสุดท้ายที่เค้าได้อยู่โรงเรียนนี้
ก่อนจะไปเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของโซลด้วยทุนนักเรียนดีเด่น
ผมจำได้ดีว่าครั้งนั้นผมเป็นรุ่นน้องปี 1 ในชมรมภาพยนตร์
ความจริงคือผมตั้งใจที่จะเข้าชมรมนี่อยู่แล้ว
แต่ตอนมาสมัครผมดีใจมากขึ้น เมื่อรู้ว่าเค้าเป็นประธานชมรมฯ
งานโรงเรียนของผม ชมรมของเราได้รับเกียรติในถ่ายทำสกู๊ปประวัติความเป็นมาโรงเรียน
และผมก็ไม่แปลกใจเลยที่ชมรมฯได้รับเกียรตินี้ ก็เพราะประธานชมรมฯของผมเป็นนักเรียนดีเด่น
พร้อมควบตำแหน่งประธานนักเรียนอีกด้วย ผมเคยคิดว่าชีวิตนี้คงเป็นแบบเค้าไม่ได้แน่ๆ-__-“
ผมทำงานหนักมากตั้งแต่ประชุมแบ่งความรับผิดชอบในการถ่ายทำสกุ๊ป
ผมได้รับหน้าที่ดูแลอาหารและอำนวยความสะดวกให้ทีมงานทั้งหมด
แต่ผมก็คงทำคนเดียวไม่สำเร็จถ้าไม่มีเพื่อนที่จูงมือกันมาสมัครที่ชมรมฯตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียน
และผมก็โชคดีที่ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทของแจจุงตั้งแต่นั้นมา
งานดูแลทีมงานไม่ง่ายเลยสำหรับผมและแจจุง
แม้ว่าทีมงานจะเป็นสมาชิกในชมรมฯที่ล้วนแต่ใจดีและไม่เรื่องมาก
แต่ผมกับแจจุงเราคุยกันไว้ว่าจะต้องดูแลทุกคนอย่างดีที่สุด
ผมทำการบ้านเมนูอาหารและของชอบของทุกคนออกมาล่วงหน้าก่อนเปิดกล้อง
และขอความเห็นสมาชิกทุกคน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ผมใช้โอกาสนี้เข้าไปขอความเห็นจากประธานชมรมฯ และเค้าก็อ่านเมนูที่ผมตั้งใจทำมาอย่างละเอียด
พร้อมส่งรอยยิ้มมาให้ผมและบอกว่าผมทำดีแล้ว ถ้ามีอะไรติดขัดให้ผมบอกเค้าได้ทุกเมื่อ
และคืนนั้นผมก็นอนหลับฝันดีกว่าทุกคืน ^___^
***************
ผมมีความสุขกับการได้มองเค้าคนนั้นเวลาทำงาน แม้ว่างานที่ทำจะลำบากและเจอกับอุปสรรค์
ขนาดไหนเค้าก็ยังคงยิ้มสู้และพยายามแก้ปัญหาให้ผ่านไปจนได้
บางครั้งผมแอบเห็นว่าเค้ารู้สึกแย่กับปัญหาในบางครั้ง
ผมก็เลยอดใจไม่ได้ที่จะให้กำลังใจเค้านิดหน่อยเสมอ
เวลาผมนำน้ำดื่มไปให้เค้าผมจะวางลูกอมไว้ใกล้ๆ
เพราะผมเชื่อว่าเวลาเครียดอะไรหวานนี่หล่ะ
จะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นได้
ก็ผมชอบของหวานนี่!!
ผมเลือกนำน้ำไปวางให้เวลาที่เค้าลุกออกไปคุยเรื่องคิวหรืออื่นๆ เพราะผมกลัวเค้าจะว่าว่าผมยุ่งกับเรื่องของเค้า
พอผมวางไว้แล้วก็จะวิ่งมาแอบดูอยู่ห่างๆ ผมเห็นเค้าหยิบลูกอมขึ้นมาจ้องแล้วเก็บไว้ที่กระเป๋ากางเกงทุกครั้ง
เค้าคงไม่ชอบถึงไม่ยอมกินใช่มั้ยอ่ะ แอบเศร้าอ่ะ-___-
แต่ผมก็ยังจะวางให้เค้าทุกครั้ง ใครจะทำไมo__o
***************
วันนี้เป็นวันกำหนดปิดกล้องสกู๊ปของชมรมฯ ผมและแจจุงซึ่งทุ่มเทกับการดูแลทีมงานมาตลอด
ในปิดเทอมนี้ต่างก็ยอมรับว่าทั้งเหนื่อยและภูมิใจที่งานนี้กำลังจะสำเร็จเสียที
ผมและแจจุงต่างก็ยุ่งวุ่นวายในงานเลี้ยงปิดกล้องในวันนี้จนไม่มีเวลาพักผ่อน
แต่ผมก็บอกตัวเองให้อดทนไว้
เพราะนี่คือผลงานชิ้นแรกที่ผมได้มีส่วนร่วมที่สำคัญคือผมได้ทำร่วมกับเค้าคนนั้น
คืนวันปิดกล้องผมและแจจุงตกแต่งและจัดเตรียมอาหารพร้อมเครื่องดื่มไว้ในห้องชมรมฯ
ผมและแจจุงยืนมองผมงานชิ้นสั่งลาที่ทำสุดฝีมืออย่างภูมิใจ ห้องชมรมตกแต่งด้วยลูกโป่งสีสันสดใส
อาหารที่ผมและแจจุงลงมือทำกับสุดฝีมือ ลงทุนจุดเทียนหอมเพื่อผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักอีกด้วย
และที่สำคัญงบประมาณลงตัวโดยไม่ต้องควักเงินตัวเองเลยอ่ะ\\^___^//
ทีมงานทุกคนเริ่มทยอยเข้ามีในห้องพร้อมอุปกรณ์มากมาย ต่างชื่นชมอาหารและของที่ตกแต่ง
ผมแอบมองไปทางเค้า อยากจะหยิกตัวเองว่าไม่ได้ฝันไปเพราะผมว่าเค้ายิ้มให้ผมล่ะ O-O
แต่ตอนนั้น ตอนที่ผมคิดว่ายิ้มนั้นคือความจริง ผมรู้สักว่าโลกหมุนรอบตัวหรือผมหมุนรอบโลกอยู่ก็ไม่แน่ใจ
รู้สึกเหมือนกำลังโดนโยนลงจากที่สูง ผมเริ่มมองอะไรไม่ชัด ความรู้สึกสุดท้ายคือ ผมเห็นเค้าวิ่งเข้ามาหาผม
ผมพยายามที่จะคว้ามือของเค้าไว้ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็มืดไปหมด >___O”
***************
ผมเริ่มรู้สึกตัวเองอีกครั้งเมื่อเหมือนมีอะไรมาประทับที่เปลือกตาของผมทั้ง 2 อย่างช้าๆ
มันอบอุ่นและอ่อนโยนมาก จนรู้สึกได้มาถึงทุกวันนี้เลยล่ะ
ผมลืมตาขึ้นช้าๆและพยายามจะลำดับเหตุการณ์หลังโลกหมุนให้ได้
แต่สิ่งที่ผมเห็นเป็นอย่างแรกคือหน้าของเค้าคนนั้น มันใกล้มากจะผมว่าผมเอื้อมไปสัมผัสเลยหล่ะ
ไม่ต้องสงสัยผมสัมผัสหน้าเค้าไปแล้วอ่ะ>_<
เค้ายิ้มให้ผมพร้อมกับจับมือของผมที่วางอยู่ตรงแก้มเค้าเบาๆ
ผมยังมึนกับโลกหมุนอยู่เลย นี่ผมต้องฝันแน่ๆเลย ^__O
เค้าถามผมว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไปหาหมอมั้ย และสุดท้ายเค้าถามผมว่าจำเค้าได้ไหม
วินาทีนั้นผมได้แต่พยักหน้างึกๆจนคอเกือบหลุดเลยล่ะ
เค้าเอื้อมมือมาที่แก้มของผมแล้วลูบแก้มทั้ง 2 ข้างอย่างเบามือ แววตาของเค้าดูเจ็บปวด
ผมอยากถามเค้าว่าเป็นอะไรไป แต่ไม่รู้ว่ากล่องเสียงของผมอยู่ตรงไหน ผมหาเสียงตัวเองไม่เจอ
“ชั้นขอโทษถ้าทำให้เธอเสียใจ”
เค้าพูดประโยคที่ผมไม่เข้าใจเลย เค้าขอโทษผมเรื่องอะไร ผมเสียใจอะไร ผมไม่เข้าใจสักนิด
แล้วเค้าก็ปล่อยมือผม เค้าลุกขึ้นยืนแต่ยังคงมองผมอยู่
ผมพยายามประมวลเหตุการณ์อีกครั้งแต่ไอ้สมองบ้ากลับยังคงเดินงงอยู่ตรงไหนไม่รู้ในร่างกายผม
ผมว่ามันแอบหนีไปพร้อมกล่องเสียงผมอ่ะ
ผมว่าผมยืนมือออกไป พยายามจะบอกเค้าว่า ผมยังไม่เข้าใจที่เค้าพูดเลย
แต่ไม่ทันเค้าหันหลังแล้วเดินจากผมไปแล้ว
แล้วอยู่ๆแจจุงก็วิ่งมาจากไหนไม่รู้ แจจุงตะโกนใส่ผมด้วยเสียงอันทรงพลังที่ใครฟังคงจะหลงไหล
แต่ตอนนี้ผมหนวกหูอ่ะ
แจจุงตะโกนซ้ำๆกับผมว่า
“จุนซูนายร้องไห้ทำไม”
***************
เอ๊ะ.....นี่ผมร้องไห้เหรอ ผมร้องไห้จริงๆใช่มั้ย ผมลองจับแก้มตรงที่เค้าทิ้งรอยอบอุ่นไว้
ผมรู้สึกถึงความเย็นของน้ำตาของผม
ผมลุกขึ้นกอดคอแจจุงแล้วปล่อยโฮออกมาดังๆพร้อมกับบ่อน้ำตาแตกอีกครั้ง
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเค้าจับแก้มผมทำไม ไอ้สมองกับกล่องเสียงบ้าทำไมกลับมาตอนนี้อ่ะ
***************
หลังจากวันนั้นผมก็ไม่สามารถมองหน้าเค้าได้อีกเลย ผมอายเกินไปที่จะเข้าไปขอบคุณเค้าที่ช่วยอุ้มผมไปห้องพยาบาล
และทิ้งงานเลี้ยงปิดกล้องที่ผมและแจจุงเตรียมไว้ เพื่อมานั่งรอผมฟื้นตามที่แจจุงบอก
วันงานโรงเรียนมาถึง ผมและแจจุงตื่นเต้นมาก เมื่อสกู๊ปที่พวกผมมีส่วนร่วมกำลังจะฉายให้คนทั้งโรงเรียนได้ดู
โอ้ว...ผมยังไม่เคยเห็นหลังจากที่เค้าตัดต่อเลย ก็ใช่ดิผมมันเด็กใหม่นี่
วิชาขั้นเทพแบบนั้นอีก 100 ปีผมคงจะทำได้@_@
ผมกำลังเดินเข้าหอประชุมที่จัดฉายสกู๊ป เพื่อเข้าไปนั่งที่ของเขตชั้นปี 1
ขณะที่ผมกำลังเดินลงไปเรื่อยๆ ผมเห็นเค้าอยู่ๆก็ลุกขึ้นมาจากแถวของประธานนักเรียนด้านหน้า
แล้วเดินมาตรงทางเดียวกับที่ผมกำลังเดินลงไป
ผมก้าวเท้าไม่ออก ไม่สามรถบังคับตัวเองให้มองไปข้างหน้าได้ สุดท้ายผมก้มหน้าลงแล้วหลับตา
เมื่อเค้ากำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผมยืนรอให้เค้าผ่านผมไปผมอยากสัมผัสสายลมที่พัดผ่านตัวของผมและเค้า
เพราะนั้นคือสิ่งที่ผมรู้สึกได้ว่าผมมีตัวตนและใกล้กับเค้ามากที่สุด
ผมหลับตาเตรียมซาบซึ้งกับความรู้สึกนั้น
3.......2.......1
โอ๊ะ.....ทำไมไม่มีลมอ่ะO__O
ผมลืมตาขึ้น แล้วก็รู้ว่าทำไมลมถึงไม่พัดผ่านสักที ก็คนที่ต้องทำหน้าที่เป็นลมยืนอยู่ตรงหน้าผมอ่ะ
เค้ามองผมอยู่ สาบานเหอะทำไมต้องมองผมด้วยสายตาเจ็บปวดอีกแล้ว ผมทำผิดอะไรอีก
‘เราสองคน’ เอาน่า......ผมขอใช้คำนี้สักครั้งก็ยังดี ยืนมองหน้ากันอยู่ตรงนั้น
แจจุงเดินนำผมออกไปแล้ว และคนที่เดินผ่านไปมาก็มองผมและเค้าอย่างงงๆ
อ่า......ผมก็งงอ่ะ แล้วนี่ผมต้องพูดอะไรออกไปก่อน ไอ้สมองกับกล่องเสียงมันหนีไปด้วยกันอีกแล้ว
ผมจะทำไงดีในหัวผมมันว่างเปล่า รู้อย่างเดียวว่าถ้าเค้าไม่มองผมด้วยสายตาเจ็บปวดแบบนั้น
เค้าจะหล่อขึ้นอีก 1,000 เท่ากว่าปรกติที่ผมว่าหล่ออยู่แล้วอีก
ผมไม่รู้ว่ายืนจ้องหน้ากันอยู่ตรงนั้นนานเท่าไร
แต่รู้สึกตัวอีกทีคือเพื่อนตัวสูงของเค้ามาสะกิดและเดินนำออกไป
เค้ามองผมอยู่อีกอึดใจและเปิดปากขึ้นเหมือนจะพูดอะไรกับผม
สุดท้ายเค้าก็เก็บปากห้อยๆเข้าทีและเดินผ่านผมไป
นั้นหล่ะสายลมที่เมื่อกี้ผมรออยู่ ในครั้งแรกที่ผมคิดว่าจะอบอุ่น แต่พอเอาเข้าจริงทำไมผมรู้สึกว่า
‘หนาวจับใจ’
และสุดท้ายคนที่มาง้างเท้าผมออกจากตรงนั้นคือแจจุงเพื่อนสนิทของผม
หลังจากที่กลับมาจากเดินตามเค้าคนนั้นและเพื่อนออกไป
***************
สุดท้ายสกู๊ปเด็ดของชมรมฯได้รับคำชมจากทั้งอาจารย์และนักเรียนด้วยกันเอง
ผมเองยังอดภูมิใจไม่ได้เลยที่ตอนท้ายเครดิตมีชื่อผมและแจจุงในตำแหน่งสวัสดิการกองถ่ายด้วย
เดี๋ยวผมจะไปขอก๊อปปี้มาเก็บไว้ดูอีกหล่ะ w^__^w
แต่สุดท้ายจนแล้วจนรอดผมก็ไม่กล้าขอก๊อปปี้สกู๊ปนั้นไว้
เพราะเวลาผมเข้าไปขอจากคนในชมรมทีไรก็บอกว่าต้องขอกับประธานชมรมฯทุกที -__-
แม้แต่แจจุงยังพูดแบบนั้นเลย
ชริ.....คอยดูเหอะผมจะไม่ให้แจจุงลอกการบ้านแล้วล่ะe__e
***************
แล้วฤดูหนาวก็มาเยือน แต่ผมม่ะกลัวหนาวอ่ะ
เพราะผมยังคงแอบมองแสงแดดที่อบอุ่นประจำตัวของผมอยู่.....หุหุ
ไม่ซินี่มันฤดูหนาวปลายเทอมนี่ ผมเริ่มเข้าใจหล่ะ เค้ากำลังจะเรียนจบ
แล้วนี่ก็คือวันรับใบประกาศของรุ่นพี่ปี 3 ซึ่งก็รวมเค้าคนนั้นด้วย
โอ้วว.........ทำไมผมถึงรู้สึกหนาวและเศร้าขึ้นมาเฉยๆล่ะนี่
ในที่สุดวันที่ผมไม่อยากให้มาถึงก็คือวันนี้จนได้....นี่ผมคิดจะขัดความเจริญของเค้าเหรอนี่
เค้าเรียนจบผมก็ต้องดีใจซิเจ้าบ้า คำหลังผมด่าไอ้สมองของผมนะ เพราะผมไม่มีวันคิดแบบนั้นแน่ๆ
ตอนนี้ผมยืนอยู่ในแถวของชั้น 1 ปี และถ้าผมมองจากตำแหน่งบนเวทีที่ตอนนี้เค้าคนนั้นกำลังเป็นตัวแทนนักเรียนปี 3 กล่าวอำลา
คงไม่เห็นผมแต่คงเห็นแต่ทะเลหัวสีดำ-สีทองหรือสีอะไรก็แล้วแต่เจ้าของหัวนั้นๆจะคิดไปทำอวดกัน
เหอะ.....น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วจะคิดขึ้นมาทำไมนี่เรา >__<
ผมไม่ได้ฟังว่าเค้าพูดกล่าวลาอะไรในพิธีสำเร็จการศึกษานั้นเลย ผมมองแต่เค้าอย่างเดียว
ใช่ล่ะ....ผมต้องรีบๆมองเค้าให้นานๆ ให้จดจำเข้าไปให้ลึกที่สุดในหัวใจของผม
ผมไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมองเค้าอีกมั้ย บางทีในชีวิตผมอาจจะไม่มีโอกาสนั้นเลยก็ได้
***************
ผมมาหยุดยืนอยู่ใต้ต้นซากะรุต้นเดียวของโรงเรียน เคยแปลกใจว่าทำไมมาขึ้นจนเป็นต้นใหญ่โตอยู่ในโรงเรียนที่เกาหลีใต้ได้
แต่ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ผมเงยหน้ามองดอกซากุระที่กำลังปลิวตามแรงลมอ่อนๆอยู่ สวยมากเลยล่ะ
ผมเริ่มเมื่อยคอและรู้สึกว่ากำลังมีคนจ้องผมอยู่ในระยะเผาขน
ผมก้มหน้าลงในองศาปรกติแล้วผมก็เห็นเค้าคนนั้น O__O
หยุดนะ!! เจ้าสมองกับกล่องเสียงถ้าพวกนายหนีไปตอนนี้ชั้นจะตีให้เจ็บๆเลย...หึ
“วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ชั้นจะอยู่โรงเรียนนี้แล้ว” เค้าเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน
“ฮ่ะ....ผมรู้” ไอ้บ้ากล่องเสียงนายตอบอะไรออกไปนี่”-__-“
“ชั้นรู้ว่านายโกธรชั้นเรื่องวันนั้น ชั้นขอโทษ ชั้นอยากบอกให้รู้ว่าชั้นเสียใจ”
เอาอีกแล้วสายตาเจ็บปวดอีกแล้ว ไม่อ่ะผมขอยิ้มหวานๆทีเหอะ
“ผมไม่เข้าใจว่าผมจะต้องโกธรรุ่นพี่เรื่องอะไรฮ่ะ “
อืมใช้ได้ๆดีมากเจ้ากล่องเสียงตรงประเด็นดี
“เรื่องวันนั้นที่นายเป็นลม ชั้น.................”
เค้ามองตาผมตรงๆเลย กลัวได้อีกอ่ะ "-__-:
ผมกำลังรอคำตอบข้อสุดท้ายที่ไม่ต้องยืมตัวช่วยหรือให้เพื่อนตอบแทนจากเค้าอยู่
อย่างอยากรู้ อยากเห็นเต็มที่ แต่แล้วก็มีโฆษณาคั่นซะนี่
อาจารย์ก็ตะโกนเรียกเค้าจากหน้าต่างห้องพักครูซะงั้น =__=
เค้าตะโกนบอกอาจารย์ว่ากำลังจะไปเดี๋ยวนี้ อาจารย์ตัวโฆษณาคั้นรายการคำตอบสุดท้าย
ก็เก็บหัวกลับเข้าไปเฉยเลย ‘จารย์คับผมเคืองอ่ะ
เค้าก้มลงปลดป้ายชื่อนักเรียนออกจากเสื้อเครื่องแบบเต็มยศของโรงเรียนแล้วยื่นให้ผม
งงได้อีกอ่ะ ให้ผมทำไมนี่ o-o
“ชั้นให้เธอ รับไว้ซิ ทีนี้เราสองคนก็รู้จักกันแล้วนะ นี่ชื่อชั้นไง ปาร์ค ยูชอน
แล้วอีก 2 ปีเธอเรียนจบ เธอก็ต้องเอาป้ายชื่อมาให้ชั้นด้วยนะ”
นั่นไง......งกอ่ะ ไม่เห็นอยากได้สักหน่อย แต่มือผมก็ยืนออกไปรีบป้ายชื่อของเค้าไว้แล้วเอามาแนบที่อกด้านซ้ายซะงั้น
สาบานคับ ผมไม่ได้สั่งเจ้ามือนั้นนะ มันร่วมมือกับเจ้าสมองและกล่องเสียงอ่ะ
แล้วเค้าก็วิ่งไปหลังจากที่ผมรับป้ายชื่อเค้าไว้
ผมเห็นอ่ะ ผมเห็นเค้าหน้าแดงด้วย อยากจะบ้าตายหล่อได้อีกเรื่อยๆนะนี่
ผมยังคงยืนมองเค้าวิ่งไปยังไม่ไกลเท่าไร แล้วอยู่ๆเค้าก็หันกลับมาโบกมือบ๊าย บาย ให้ผม
ผมเห็นอีกแล้ว ผมเห็นเค้ายิ้มให้ผมจนตาเหลือรูมองภาพเล็กนิดเดียว
แถมปากที่เคยห้อยก็กลายเป็นยิ้มจนบานเต็มหน้าไปหมดอ่ะ
ผมเลยอดไม่ได้ที่จะยิ้มกลับไปพร้อมโบกมือบ๊าย บาย กลับไปให้เค้า
แถมด้วยกระโดดดึ้งๆจนตัวลอยเลยด้วย
ผมรู้ตัวว่ายิ้มตอบเค้าจนตามองอะไรไม่เห็นเลย ก็ใช่ดิ ตาผมมาเล็กกว่าเค้าอีก
พอเค้าลับตาไปผมก็หยุดมองป้ายชื่อที่เค้าให้ไว้ แล้วแจจุงเพื่อนสนิทของผมก็เดินเข้ามาอีกแหล่ะ
ผมมองป้ายชื่อจนแจจุงทำเสียงจิ๊กๆในคออย่างน่ารำคาญ
“ให้ตายเหอะ จุนซูนายอย่าบอกนะว่านายไม่รู้เรื่องป้ายชื่อสุดซึ้งของโรงเรียนเราอ่ะ”
แจจุงเท้าเอวมองผมอย่างเอาเรื่อง
“ไม่รู้อ่ะ ชั้นรู้แค่ว่ารุ่นพี่งก จะมาเอาป้ายชื่อของชั้นตอนชั้นเรียนจบด้วย”
ผมซื่อคับ พี่-น้อง ผมไม่รู้จริงๆ "o^o"
แจจุงจิ้มหน้าผากของผมแรงๆทีนึ่งแล้วเดินหนีผมไป ผมอึ่งอยู่พักนึ่งแล้ววิ่งตามไป
ผมอยากรู้คำตอบของเกมคำตอบสุดท้ายอยู่ ตอนนี้หล่ะผมจะขอตัวช่วยจากเพื่อนผม!!!!
***************
นึกถึงคำตอบของแจจุงตอนนั้นทำให้ผมซุกหน้าลงกับกระเป๋านักเรียนที่ผมถือไว้
ก็คนมันอายฟ้าดินนี่ >__<
โอ๊ะ.....รู้ตัวอีกทีผมพลาดโอกาสเนียนๆที่จะได้มองเค้าคนนั้นไปแล้ว โอ้วววว....ม่ายน่า~~~
ผมเดินเลยร้านกาแฟมาแล้วอ่ะ อยากจะบ้าตาย พรุ่งนี้วันเสาร์ด้วยอดเห็นหน้าเลย แงๆๆ
ขณะที่ผมกำลังตีอกชกลมอยู่กับตัวเอง ผมได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกชื่อผมจากข้างหลัง
ผมหันกลับไปมอง ผมตะลึงและอึ้งO__O เค้าคนนั้นกำลังวิ่งมาทางผม รุ่นพี่ของผมไง ^O^
“ปาร์ค ยูชอน!!!”
*************** 2BC
[SF] ++ Believe in U ++
***************
ผมใช้ถนนเส้นนี้เดินไปโรงเรียนมาจะครบ 2 ปีแล้ว
แม้ว่ามันจะเป็นเส้นทางที่เพื่อนๆทุกคนจะลงความเห็นว่าไกลกว่าเส้นทางอื่น
แต่ผมก็ยังคงพอใจที่จะเดินแบบนี้ทุกวัน
เพราะถนนเส้นนี้ทำให้ผมได้เห็น “เค้าคนนั้น” คนที่ทำให้ผมสดชื่นในทุกเช้า
แค่ผมได้เห็นเค้านั่งอยู่ในร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ใกล้กับโรงเรียนของผม
บางวันเค้าก็อ่านหนังสือ
บางวันก็ก้มหน้าก้มตาจดอะไรบ้างอย่างลงสมุด
และบางวันก็นั่งหลับหัวโขกพื้นโต๊ะ-__-Z
***************
จริงๆแล้วผมรู้จักผู้ชายคนนี้มา 3 ปีแล้ว แต่เป็นการรู้จักข้างเดียวมาตลอด
เค้าเป็นรุ่นพี่ปีสุดท้ายตอนผมเข้าเรียนที่โรงเรียน เค้าเป็นผู้ชายที่สะดุดตาตั้งแต่วันแรกที่ผมเห็นเค้า
ในความรู้สึกของผม เค้าเป็นแสงแดดที่อบอุ่นในทุกฤดู
ยิ้มในแบบของเค้าทำให้ผมรู้สึกดี แม้ผมจะรู้ว่ารอยยิ้มนั้นไม่ได้ส่งมาให้ผมก็ตาม
แต่ทุกครั้งที่ผมเห็นเค้า เค้าจะอยู่ในวงล้อมของเพื่อนๆเสมอ
บางทีผมก็รู้สึกว่าเค้าส่งยิ้มมาให้ผมในบางครั้ง หรือว่าผมคิดไปเอง???
และเหตุการณ์ที่ทำให้ผมได้ใกล้เค้าเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในงานโรงเรียนปีสุดท้ายที่เค้าได้อยู่โรงเรียนนี้
ก่อนจะไปเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของโซลด้วยทุนนักเรียนดีเด่น
ผมจำได้ดีว่าครั้งนั้นผมเป็นรุ่นน้องปี 1 ในชมรมภาพยนตร์
ความจริงคือผมตั้งใจที่จะเข้าชมรมนี่อยู่แล้ว
แต่ตอนมาสมัครผมดีใจมากขึ้น เมื่อรู้ว่าเค้าเป็นประธานชมรมฯ
งานโรงเรียนของผม ชมรมของเราได้รับเกียรติในถ่ายทำสกู๊ปประวัติความเป็นมาโรงเรียน
และผมก็ไม่แปลกใจเลยที่ชมรมฯได้รับเกียรตินี้ ก็เพราะประธานชมรมฯของผมเป็นนักเรียนดีเด่น
พร้อมควบตำแหน่งประธานนักเรียนอีกด้วย ผมเคยคิดว่าชีวิตนี้คงเป็นแบบเค้าไม่ได้แน่ๆ-__-“
ผมทำงานหนักมากตั้งแต่ประชุมแบ่งความรับผิดชอบในการถ่ายทำสกุ๊ป
ผมได้รับหน้าที่ดูแลอาหารและอำนวยความสะดวกให้ทีมงานทั้งหมด
แต่ผมก็คงทำคนเดียวไม่สำเร็จถ้าไม่มีเพื่อนที่จูงมือกันมาสมัครที่ชมรมฯตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียน
และผมก็โชคดีที่ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทของแจจุงตั้งแต่นั้นมา
งานดูแลทีมงานไม่ง่ายเลยสำหรับผมและแจจุง
แม้ว่าทีมงานจะเป็นสมาชิกในชมรมฯที่ล้วนแต่ใจดีและไม่เรื่องมาก
แต่ผมกับแจจุงเราคุยกันไว้ว่าจะต้องดูแลทุกคนอย่างดีที่สุด
ผมทำการบ้านเมนูอาหารและของชอบของทุกคนออกมาล่วงหน้าก่อนเปิดกล้อง
และขอความเห็นสมาชิกทุกคน ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี
ผมใช้โอกาสนี้เข้าไปขอความเห็นจากประธานชมรมฯ และเค้าก็อ่านเมนูที่ผมตั้งใจทำมาอย่างละเอียด
พร้อมส่งรอยยิ้มมาให้ผมและบอกว่าผมทำดีแล้ว ถ้ามีอะไรติดขัดให้ผมบอกเค้าได้ทุกเมื่อ
และคืนนั้นผมก็นอนหลับฝันดีกว่าทุกคืน ^___^
***************
ผมมีความสุขกับการได้มองเค้าคนนั้นเวลาทำงาน แม้ว่างานที่ทำจะลำบากและเจอกับอุปสรรค์
ขนาดไหนเค้าก็ยังคงยิ้มสู้และพยายามแก้ปัญหาให้ผ่านไปจนได้
บางครั้งผมแอบเห็นว่าเค้ารู้สึกแย่กับปัญหาในบางครั้ง
ผมก็เลยอดใจไม่ได้ที่จะให้กำลังใจเค้านิดหน่อยเสมอ
เวลาผมนำน้ำดื่มไปให้เค้าผมจะวางลูกอมไว้ใกล้ๆ
เพราะผมเชื่อว่าเวลาเครียดอะไรหวานนี่หล่ะ
จะช่วยทำให้รู้สึกดีขึ้นได้
ก็ผมชอบของหวานนี่!!
ผมเลือกนำน้ำไปวางให้เวลาที่เค้าลุกออกไปคุยเรื่องคิวหรืออื่นๆ เพราะผมกลัวเค้าจะว่าว่าผมยุ่งกับเรื่องของเค้า
พอผมวางไว้แล้วก็จะวิ่งมาแอบดูอยู่ห่างๆ ผมเห็นเค้าหยิบลูกอมขึ้นมาจ้องแล้วเก็บไว้ที่กระเป๋ากางเกงทุกครั้ง
เค้าคงไม่ชอบถึงไม่ยอมกินใช่มั้ยอ่ะ แอบเศร้าอ่ะ-___-
แต่ผมก็ยังจะวางให้เค้าทุกครั้ง ใครจะทำไมo__o
***************
วันนี้เป็นวันกำหนดปิดกล้องสกู๊ปของชมรมฯ ผมและแจจุงซึ่งทุ่มเทกับการดูแลทีมงานมาตลอด
ในปิดเทอมนี้ต่างก็ยอมรับว่าทั้งเหนื่อยและภูมิใจที่งานนี้กำลังจะสำเร็จเสียที
ผมและแจจุงต่างก็ยุ่งวุ่นวายในงานเลี้ยงปิดกล้องในวันนี้จนไม่มีเวลาพักผ่อน
แต่ผมก็บอกตัวเองให้อดทนไว้
เพราะนี่คือผลงานชิ้นแรกที่ผมได้มีส่วนร่วมที่สำคัญคือผมได้ทำร่วมกับเค้าคนนั้น
คืนวันปิดกล้องผมและแจจุงตกแต่งและจัดเตรียมอาหารพร้อมเครื่องดื่มไว้ในห้องชมรมฯ
ผมและแจจุงยืนมองผมงานชิ้นสั่งลาที่ทำสุดฝีมืออย่างภูมิใจ ห้องชมรมตกแต่งด้วยลูกโป่งสีสันสดใส
อาหารที่ผมและแจจุงลงมือทำกับสุดฝีมือ ลงทุนจุดเทียนหอมเพื่อผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักอีกด้วย
และที่สำคัญงบประมาณลงตัวโดยไม่ต้องควักเงินตัวเองเลยอ่ะ\\^___^//
ทีมงานทุกคนเริ่มทยอยเข้ามีในห้องพร้อมอุปกรณ์มากมาย ต่างชื่นชมอาหารและของที่ตกแต่ง
ผมแอบมองไปทางเค้า อยากจะหยิกตัวเองว่าไม่ได้ฝันไปเพราะผมว่าเค้ายิ้มให้ผมล่ะ O-O
แต่ตอนนั้น ตอนที่ผมคิดว่ายิ้มนั้นคือความจริง ผมรู้สักว่าโลกหมุนรอบตัวหรือผมหมุนรอบโลกอยู่ก็ไม่แน่ใจ
รู้สึกเหมือนกำลังโดนโยนลงจากที่สูง ผมเริ่มมองอะไรไม่ชัด ความรู้สึกสุดท้ายคือ ผมเห็นเค้าวิ่งเข้ามาหาผม
ผมพยายามที่จะคว้ามือของเค้าไว้ แต่สุดท้ายทุกอย่างก็มืดไปหมด >___O”
***************
ผมเริ่มรู้สึกตัวเองอีกครั้งเมื่อเหมือนมีอะไรมาประทับที่เปลือกตาของผมทั้ง 2 อย่างช้าๆ
มันอบอุ่นและอ่อนโยนมาก จนรู้สึกได้มาถึงทุกวันนี้เลยล่ะ
ผมลืมตาขึ้นช้าๆและพยายามจะลำดับเหตุการณ์หลังโลกหมุนให้ได้
แต่สิ่งที่ผมเห็นเป็นอย่างแรกคือหน้าของเค้าคนนั้น มันใกล้มากจะผมว่าผมเอื้อมไปสัมผัสเลยหล่ะ
ไม่ต้องสงสัยผมสัมผัสหน้าเค้าไปแล้วอ่ะ>_<
เค้ายิ้มให้ผมพร้อมกับจับมือของผมที่วางอยู่ตรงแก้มเค้าเบาๆ
ผมยังมึนกับโลกหมุนอยู่เลย นี่ผมต้องฝันแน่ๆเลย ^__O
เค้าถามผมว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไปหาหมอมั้ย และสุดท้ายเค้าถามผมว่าจำเค้าได้ไหม
วินาทีนั้นผมได้แต่พยักหน้างึกๆจนคอเกือบหลุดเลยล่ะ
เค้าเอื้อมมือมาที่แก้มของผมแล้วลูบแก้มทั้ง 2 ข้างอย่างเบามือ แววตาของเค้าดูเจ็บปวด
ผมอยากถามเค้าว่าเป็นอะไรไป แต่ไม่รู้ว่ากล่องเสียงของผมอยู่ตรงไหน ผมหาเสียงตัวเองไม่เจอ
“ชั้นขอโทษถ้าทำให้เธอเสียใจ”
เค้าพูดประโยคที่ผมไม่เข้าใจเลย เค้าขอโทษผมเรื่องอะไร ผมเสียใจอะไร ผมไม่เข้าใจสักนิด
แล้วเค้าก็ปล่อยมือผม เค้าลุกขึ้นยืนแต่ยังคงมองผมอยู่
ผมพยายามประมวลเหตุการณ์อีกครั้งแต่ไอ้สมองบ้ากลับยังคงเดินงงอยู่ตรงไหนไม่รู้ในร่างกายผม
ผมว่ามันแอบหนีไปพร้อมกล่องเสียงผมอ่ะ
ผมว่าผมยืนมือออกไป พยายามจะบอกเค้าว่า ผมยังไม่เข้าใจที่เค้าพูดเลย
แต่ไม่ทันเค้าหันหลังแล้วเดินจากผมไปแล้ว
แล้วอยู่ๆแจจุงก็วิ่งมาจากไหนไม่รู้ แจจุงตะโกนใส่ผมด้วยเสียงอันทรงพลังที่ใครฟังคงจะหลงไหล
แต่ตอนนี้ผมหนวกหูอ่ะ
แจจุงตะโกนซ้ำๆกับผมว่า
“จุนซูนายร้องไห้ทำไม”
***************
เอ๊ะ.....นี่ผมร้องไห้เหรอ ผมร้องไห้จริงๆใช่มั้ย ผมลองจับแก้มตรงที่เค้าทิ้งรอยอบอุ่นไว้
ผมรู้สึกถึงความเย็นของน้ำตาของผม
ผมลุกขึ้นกอดคอแจจุงแล้วปล่อยโฮออกมาดังๆพร้อมกับบ่อน้ำตาแตกอีกครั้ง
ตอนนี้ผมรู้แล้วว่าเค้าจับแก้มผมทำไม ไอ้สมองกับกล่องเสียงบ้าทำไมกลับมาตอนนี้อ่ะ
***************
หลังจากวันนั้นผมก็ไม่สามารถมองหน้าเค้าได้อีกเลย ผมอายเกินไปที่จะเข้าไปขอบคุณเค้าที่ช่วยอุ้มผมไปห้องพยาบาล
และทิ้งงานเลี้ยงปิดกล้องที่ผมและแจจุงเตรียมไว้ เพื่อมานั่งรอผมฟื้นตามที่แจจุงบอก
วันงานโรงเรียนมาถึง ผมและแจจุงตื่นเต้นมาก เมื่อสกู๊ปที่พวกผมมีส่วนร่วมกำลังจะฉายให้คนทั้งโรงเรียนได้ดู
โอ้ว...ผมยังไม่เคยเห็นหลังจากที่เค้าตัดต่อเลย ก็ใช่ดิผมมันเด็กใหม่นี่
วิชาขั้นเทพแบบนั้นอีก 100 ปีผมคงจะทำได้@_@
ผมกำลังเดินเข้าหอประชุมที่จัดฉายสกู๊ป เพื่อเข้าไปนั่งที่ของเขตชั้นปี 1
ขณะที่ผมกำลังเดินลงไปเรื่อยๆ ผมเห็นเค้าอยู่ๆก็ลุกขึ้นมาจากแถวของประธานนักเรียนด้านหน้า
แล้วเดินมาตรงทางเดียวกับที่ผมกำลังเดินลงไป
ผมก้าวเท้าไม่ออก ไม่สามรถบังคับตัวเองให้มองไปข้างหน้าได้ สุดท้ายผมก้มหน้าลงแล้วหลับตา
เมื่อเค้ากำลังเดินใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ผมยืนรอให้เค้าผ่านผมไปผมอยากสัมผัสสายลมที่พัดผ่านตัวของผมและเค้า
เพราะนั้นคือสิ่งที่ผมรู้สึกได้ว่าผมมีตัวตนและใกล้กับเค้ามากที่สุด
ผมหลับตาเตรียมซาบซึ้งกับความรู้สึกนั้น
3.......2.......1
โอ๊ะ.....ทำไมไม่มีลมอ่ะO__O
ผมลืมตาขึ้น แล้วก็รู้ว่าทำไมลมถึงไม่พัดผ่านสักที ก็คนที่ต้องทำหน้าที่เป็นลมยืนอยู่ตรงหน้าผมอ่ะ
เค้ามองผมอยู่ สาบานเหอะทำไมต้องมองผมด้วยสายตาเจ็บปวดอีกแล้ว ผมทำผิดอะไรอีก
‘เราสองคน’ เอาน่า......ผมขอใช้คำนี้สักครั้งก็ยังดี ยืนมองหน้ากันอยู่ตรงนั้น
แจจุงเดินนำผมออกไปแล้ว และคนที่เดินผ่านไปมาก็มองผมและเค้าอย่างงงๆ
อ่า......ผมก็งงอ่ะ แล้วนี่ผมต้องพูดอะไรออกไปก่อน ไอ้สมองกับกล่องเสียงมันหนีไปด้วยกันอีกแล้ว
ผมจะทำไงดีในหัวผมมันว่างเปล่า รู้อย่างเดียวว่าถ้าเค้าไม่มองผมด้วยสายตาเจ็บปวดแบบนั้น
เค้าจะหล่อขึ้นอีก 1,000 เท่ากว่าปรกติที่ผมว่าหล่ออยู่แล้วอีก
ผมไม่รู้ว่ายืนจ้องหน้ากันอยู่ตรงนั้นนานเท่าไร
แต่รู้สึกตัวอีกทีคือเพื่อนตัวสูงของเค้ามาสะกิดและเดินนำออกไป
เค้ามองผมอยู่อีกอึดใจและเปิดปากขึ้นเหมือนจะพูดอะไรกับผม
สุดท้ายเค้าก็เก็บปากห้อยๆเข้าทีและเดินผ่านผมไป
นั้นหล่ะสายลมที่เมื่อกี้ผมรออยู่ ในครั้งแรกที่ผมคิดว่าจะอบอุ่น แต่พอเอาเข้าจริงทำไมผมรู้สึกว่า
‘หนาวจับใจ’
และสุดท้ายคนที่มาง้างเท้าผมออกจากตรงนั้นคือแจจุงเพื่อนสนิทของผม
หลังจากที่กลับมาจากเดินตามเค้าคนนั้นและเพื่อนออกไป
***************
สุดท้ายสกู๊ปเด็ดของชมรมฯได้รับคำชมจากทั้งอาจารย์และนักเรียนด้วยกันเอง
ผมเองยังอดภูมิใจไม่ได้เลยที่ตอนท้ายเครดิตมีชื่อผมและแจจุงในตำแหน่งสวัสดิการกองถ่ายด้วย
เดี๋ยวผมจะไปขอก๊อปปี้มาเก็บไว้ดูอีกหล่ะ w^__^w
แต่สุดท้ายจนแล้วจนรอดผมก็ไม่กล้าขอก๊อปปี้สกู๊ปนั้นไว้
เพราะเวลาผมเข้าไปขอจากคนในชมรมทีไรก็บอกว่าต้องขอกับประธานชมรมฯทุกที -__-
แม้แต่แจจุงยังพูดแบบนั้นเลย
ชริ.....คอยดูเหอะผมจะไม่ให้แจจุงลอกการบ้านแล้วล่ะe__e
***************
แล้วฤดูหนาวก็มาเยือน แต่ผมม่ะกลัวหนาวอ่ะ
เพราะผมยังคงแอบมองแสงแดดที่อบอุ่นประจำตัวของผมอยู่.....หุหุ
ไม่ซินี่มันฤดูหนาวปลายเทอมนี่ ผมเริ่มเข้าใจหล่ะ เค้ากำลังจะเรียนจบ
แล้วนี่ก็คือวันรับใบประกาศของรุ่นพี่ปี 3 ซึ่งก็รวมเค้าคนนั้นด้วย
โอ้วว.........ทำไมผมถึงรู้สึกหนาวและเศร้าขึ้นมาเฉยๆล่ะนี่
ในที่สุดวันที่ผมไม่อยากให้มาถึงก็คือวันนี้จนได้....นี่ผมคิดจะขัดความเจริญของเค้าเหรอนี่
เค้าเรียนจบผมก็ต้องดีใจซิเจ้าบ้า คำหลังผมด่าไอ้สมองของผมนะ เพราะผมไม่มีวันคิดแบบนั้นแน่ๆ
ตอนนี้ผมยืนอยู่ในแถวของชั้น 1 ปี และถ้าผมมองจากตำแหน่งบนเวทีที่ตอนนี้เค้าคนนั้นกำลังเป็นตัวแทนนักเรียนปี 3 กล่าวอำลา
คงไม่เห็นผมแต่คงเห็นแต่ทะเลหัวสีดำ-สีทองหรือสีอะไรก็แล้วแต่เจ้าของหัวนั้นๆจะคิดไปทำอวดกัน
เหอะ.....น่าจะรู้ตั้งแต่แรกแล้วจะคิดขึ้นมาทำไมนี่เรา >__<
ผมไม่ได้ฟังว่าเค้าพูดกล่าวลาอะไรในพิธีสำเร็จการศึกษานั้นเลย ผมมองแต่เค้าอย่างเดียว
ใช่ล่ะ....ผมต้องรีบๆมองเค้าให้นานๆ ให้จดจำเข้าไปให้ลึกที่สุดในหัวใจของผม
ผมไม่รู้ว่าจะมีโอกาสมองเค้าอีกมั้ย บางทีในชีวิตผมอาจจะไม่มีโอกาสนั้นเลยก็ได้
***************
ผมมาหยุดยืนอยู่ใต้ต้นซากะรุต้นเดียวของโรงเรียน เคยแปลกใจว่าทำไมมาขึ้นจนเป็นต้นใหญ่โตอยู่ในโรงเรียนที่เกาหลีใต้ได้
แต่ก็ช่างมันเถอะ ตอนนี้ผมเงยหน้ามองดอกซากุระที่กำลังปลิวตามแรงลมอ่อนๆอยู่ สวยมากเลยล่ะ
ผมเริ่มเมื่อยคอและรู้สึกว่ากำลังมีคนจ้องผมอยู่ในระยะเผาขน
ผมก้มหน้าลงในองศาปรกติแล้วผมก็เห็นเค้าคนนั้น O__O
หยุดนะ!! เจ้าสมองกับกล่องเสียงถ้าพวกนายหนีไปตอนนี้ชั้นจะตีให้เจ็บๆเลย...หึ
“วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่ชั้นจะอยู่โรงเรียนนี้แล้ว” เค้าเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน
“ฮ่ะ....ผมรู้” ไอ้บ้ากล่องเสียงนายตอบอะไรออกไปนี่”-__-“
“ชั้นรู้ว่านายโกธรชั้นเรื่องวันนั้น ชั้นขอโทษ ชั้นอยากบอกให้รู้ว่าชั้นเสียใจ”
เอาอีกแล้วสายตาเจ็บปวดอีกแล้ว ไม่อ่ะผมขอยิ้มหวานๆทีเหอะ
“ผมไม่เข้าใจว่าผมจะต้องโกธรรุ่นพี่เรื่องอะไรฮ่ะ “
อืมใช้ได้ๆดีมากเจ้ากล่องเสียงตรงประเด็นดี
“เรื่องวันนั้นที่นายเป็นลม ชั้น.................”
เค้ามองตาผมตรงๆเลย กลัวได้อีกอ่ะ "-__-:
ผมกำลังรอคำตอบข้อสุดท้ายที่ไม่ต้องยืมตัวช่วยหรือให้เพื่อนตอบแทนจากเค้าอยู่
อย่างอยากรู้ อยากเห็นเต็มที่ แต่แล้วก็มีโฆษณาคั่นซะนี่
อาจารย์ก็ตะโกนเรียกเค้าจากหน้าต่างห้องพักครูซะงั้น =__=
เค้าตะโกนบอกอาจารย์ว่ากำลังจะไปเดี๋ยวนี้ อาจารย์ตัวโฆษณาคั้นรายการคำตอบสุดท้าย
ก็เก็บหัวกลับเข้าไปเฉยเลย ‘จารย์คับผมเคืองอ่ะ
เค้าก้มลงปลดป้ายชื่อนักเรียนออกจากเสื้อเครื่องแบบเต็มยศของโรงเรียนแล้วยื่นให้ผม
งงได้อีกอ่ะ ให้ผมทำไมนี่ o-o
“ชั้นให้เธอ รับไว้ซิ ทีนี้เราสองคนก็รู้จักกันแล้วนะ นี่ชื่อชั้นไง ปาร์ค ยูชอน
แล้วอีก 2 ปีเธอเรียนจบ เธอก็ต้องเอาป้ายชื่อมาให้ชั้นด้วยนะ”
นั่นไง......งกอ่ะ ไม่เห็นอยากได้สักหน่อย แต่มือผมก็ยืนออกไปรีบป้ายชื่อของเค้าไว้แล้วเอามาแนบที่อกด้านซ้ายซะงั้น
สาบานคับ ผมไม่ได้สั่งเจ้ามือนั้นนะ มันร่วมมือกับเจ้าสมองและกล่องเสียงอ่ะ
แล้วเค้าก็วิ่งไปหลังจากที่ผมรับป้ายชื่อเค้าไว้
ผมเห็นอ่ะ ผมเห็นเค้าหน้าแดงด้วย อยากจะบ้าตายหล่อได้อีกเรื่อยๆนะนี่
ผมยังคงยืนมองเค้าวิ่งไปยังไม่ไกลเท่าไร แล้วอยู่ๆเค้าก็หันกลับมาโบกมือบ๊าย บาย ให้ผม
ผมเห็นอีกแล้ว ผมเห็นเค้ายิ้มให้ผมจนตาเหลือรูมองภาพเล็กนิดเดียว
แถมปากที่เคยห้อยก็กลายเป็นยิ้มจนบานเต็มหน้าไปหมดอ่ะ
ผมเลยอดไม่ได้ที่จะยิ้มกลับไปพร้อมโบกมือบ๊าย บาย กลับไปให้เค้า
แถมด้วยกระโดดดึ้งๆจนตัวลอยเลยด้วย
ผมรู้ตัวว่ายิ้มตอบเค้าจนตามองอะไรไม่เห็นเลย ก็ใช่ดิ ตาผมมาเล็กกว่าเค้าอีก
พอเค้าลับตาไปผมก็หยุดมองป้ายชื่อที่เค้าให้ไว้ แล้วแจจุงเพื่อนสนิทของผมก็เดินเข้ามาอีกแหล่ะ
ผมมองป้ายชื่อจนแจจุงทำเสียงจิ๊กๆในคออย่างน่ารำคาญ
“ให้ตายเหอะ จุนซูนายอย่าบอกนะว่านายไม่รู้เรื่องป้ายชื่อสุดซึ้งของโรงเรียนเราอ่ะ”
แจจุงเท้าเอวมองผมอย่างเอาเรื่อง
“ไม่รู้อ่ะ ชั้นรู้แค่ว่ารุ่นพี่งก จะมาเอาป้ายชื่อของชั้นตอนชั้นเรียนจบด้วย”
ผมซื่อคับ พี่-น้อง ผมไม่รู้จริงๆ "o^o"
แจจุงจิ้มหน้าผากของผมแรงๆทีนึ่งแล้วเดินหนีผมไป ผมอึ่งอยู่พักนึ่งแล้ววิ่งตามไป
ผมอยากรู้คำตอบของเกมคำตอบสุดท้ายอยู่ ตอนนี้หล่ะผมจะขอตัวช่วยจากเพื่อนผม!!!!
***************
นึกถึงคำตอบของแจจุงตอนนั้นทำให้ผมซุกหน้าลงกับกระเป๋านักเรียนที่ผมถือไว้
ก็คนมันอายฟ้าดินนี่ >__<
โอ๊ะ.....รู้ตัวอีกทีผมพลาดโอกาสเนียนๆที่จะได้มองเค้าคนนั้นไปแล้ว โอ้วววว....ม่ายน่า~~~
ผมเดินเลยร้านกาแฟมาแล้วอ่ะ อยากจะบ้าตาย พรุ่งนี้วันเสาร์ด้วยอดเห็นหน้าเลย แงๆๆ
ขณะที่ผมกำลังตีอกชกลมอยู่กับตัวเอง ผมได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกชื่อผมจากข้างหลัง
ผมหันกลับไปมอง ผมตะลึงและอึ้งO__O เค้าคนนั้นกำลังวิ่งมาทางผม รุ่นพี่ของผมไง ^O^
“ปาร์ค ยูชอน!!!”
*************** 2BC
Talk : สวัสดีค่ะ ^^ ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคที่ลงไว้ที่บอร์ดยูซูพาราไดซ์ตั้งแต่ปี 2008 !!! O_O
ช่วงนี้ไม่ต้องมีเรื่องให้คิดให้ทำเยอะเราเลยคิดจะเอาฟิคกลับมาลงบอร์ดอีกครั้ง
และยังคงยืนยันว่าเป็น SF ปล่วงๆของเราเอง
แต่ขอออกตัวไว้ก่อนนะคะว่าไม่ได้เป็นนักเขียนฟิคขั้นเทพ
และไม่ได้เขียนฟิคเป็นงานเป็นการเท่าไร-__-“ ถนัดอ่านมากว่าอ่ะ
ฟิคเรื่องนี้เขียนไว้ที่หมด 5 ตอนคะ และคิดว่าจะเขียนเพิ่มขึ้นถ้าพอมีคนอ่านบ้างนะ ^^
[SF] + + + Believe in U + + + [JunSu Story]
[SF] + + + Believe in Me + + + [YooChun Story]
[SF] + + + Believe in Love + + + [YooSu Sweet Story]
[SF] + + + Teach + + + [YunHo Story]
[SF] + + + How To Love + + + [Jeajung Story]
ขอบคุณที่คลิกเข้ามาอ่านค่ะ
ช่วงนี้ไม่ต้องมีเรื่องให้คิดให้ทำเยอะเราเลยคิดจะเอาฟิคกลับมาลงบอร์ดอีกครั้ง
และยังคงยืนยันว่าเป็น SF ปล่วงๆของเราเอง
แต่ขอออกตัวไว้ก่อนนะคะว่าไม่ได้เป็นนักเขียนฟิคขั้นเทพ
และไม่ได้เขียนฟิคเป็นงานเป็นการเท่าไร-__-“ ถนัดอ่านมากว่าอ่ะ
ฟิคเรื่องนี้เขียนไว้ที่หมด 5 ตอนคะ และคิดว่าจะเขียนเพิ่มขึ้นถ้าพอมีคนอ่านบ้างนะ ^^
[SF] + + + Believe in U + + + [JunSu Story]
[SF] + + + Believe in Me + + + [YooChun Story]
[SF] + + + Believe in Love + + + [YooSu Sweet Story]
[SF] + + + Teach + + + [YunHo Story]
[SF] + + + How To Love + + + [Jeajung Story]
ขอบคุณที่คลิกเข้ามาอ่านค่ะ